Friday, April 14, 2017

Admin

NASA แถลง Enceladus ดวงจันทร์บริวารดาวเสาร์ มีคุณสมบัติที่สนับสนุนให้เกิดสิ่งมีชีวิต


 ภาพจำลองจาก NASA - ยาน Cassini เคลื่อนเข้าไปในของเหลวที่ปะทุจาก Eneladus เพื่อเก็บข้อมูล


งานแถลงข่าวของ NASA เมื่อวานนี้ (13 เมษายน 2017) เป็นการแถลงให้ทราบถึงการค้นพบสิ่งสำคัญจากมหาสมุทรบนดาวบางดวงในระบบสุริยะจักรวาล โดย NASA แจ้งว่า Enceladus ดวงจันทร์บริวารดาวเสาร์ มีคุณสมบัติที่สนับสนุนให้เกิดสิ่งมีชีวิต หลังพบแก๊ส Hydrogen ในน้ำที่พุ่งขึ้นจากพืืนผิวซึ่งปกคลุมด้วยน้ำแข็งของดวงจันทร์  Enceladus




NASA แถลงว่ายานสำรวจ Cassini พบหลักฐานซึ่งบ่งชี้ว่ามีพลังงานทางเคมีรูปแบบหนึ่งซึ่งสนับสนุนให้เกิดสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรของ Enceladus ดวงจันทร์บริวารดาวเสาร์  อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ของ NASA แจ้งว่าการค้นพบครั้งนี้ไม่ใช่การยืนยันว่ามีสิ่งมีชีวิตอย่างแน่นอนบนดวงจันทร์ Enceladus แต่เป็นการบ่งชี้ว่าดวงจันทร์ดวงนี้เป็นดาวอีกดวงหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติสนับสนุนให้เกิดสิ่งมีชีวิต



NASA เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ.2015  ยาน Cassini ได้เคลื่อนตัวเข้าไปในละอองของเหลวที่ปะทุจากดวงจันทร์ Enceladus เพื่อเก็บข้อมูลอย่างละเอียดและส่งกลับมายังโลก จากการตรวจสอบและวิเคราะห์โดยนักวิทยาศาสตร์ของ NASA พบว่าของเหลวนี้ 98% เป็นน้ำ อีก 1% เป็นแก๊ส Hydrogen และที่เหลือมีส่วนประกอบของแก๊ส CO2, แก๊ส Methane และสารเคมีอื่นๆ ซึ่งจำเป็นสำหรับการกำเนิดสิ่งมีชีวิตในโลก โดยขาดเพียงธาตุสำคัญอีก 2 อย่างคือฟอสฟอรัสและกำมะถัน

NASA คาดว่าแก๊สและสารเคมีที่พบเป็นปฏิกิริยาทางเคมีซึ่งเกิดขึ้นใต้มหาสมุทรของดวงจันทร์ Enceladus  แก๊สและสารเคมีเหล่านี้เป็นส่ิ่งสำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ เช่นจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกที่แสงส่องไม่ถึงและไม่ต้องการ Oxygen 

Prof Andrew Coates ศาสตราจารย์ด้าน Physics ของมหาวิทยาลัย UCL อธิบายว่า ดวงจันทร์ Enceladus เข้าเงื่อนไขโอกาสการกำเนิดสิ่งมีชีวิตรูปแบบที่นักวิทยาศาสตร์รู้จัก คือ 1. มีน้ำ,  2. มีองค์ประกอบสารเคมี, 3. มีแหล่งความร้อนหรือพลังงาน ขาดเพียงข้อ 4. ซึ่งรอการพิสูจน์คือเวลาที่เพียงพอให้ชีวิตพัฒนาขึ้น

Enceladus คือดวงจันทร์บริวารดาวเสาร์ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับหกจากดวงจันทร์บริวารดาวเสาร์ซึ่งมีอยู่ 62 ดวง  และกลายเป็นที่สนใจของนักวิทยาศาสตร์เพราะยานสำรวจ Cassini พบว่าดวงจันทร์ Enceladus มีการโคจรแกว่งตัวผิดปกติเนื่องจากพื้นผิวดาวและโครงสร้างภายในไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน โดยเชื่อว่าใต้น้ำแข็งซึ่งปกคลุมผิวพื้นลึกหลายไมล์น่าจะมีมหาสมุทรที่ยังมีสภาพเป็นของเหลวอยู่ด้านล่าง  หลังจากนั้นยาน Cassini ตรวจพบว่ามีปฏิกิริยาความร้อนทำให้เกิดการปะทุของของเหลวจากพื้นผิวดวงจันทร์ Enceladus  ที่เป็นน้ำแข็งเป็นระยะๆ  

ในวันเดียวกัน NASA ยังเปิดเผยว่ากล้องโทรทรรศน์ Hubble ตรวจพบการปะทุของเหลวรูปแบบเดียวกันบน Europa ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นน้ำเช่นกัน



ที่มา: Techcrunch, Engadget และ Telegraph
Image Credit: NASA 


Admin

About Admin -

Blogger สมัครเล่น เกษียณก่อนกำหนดจากธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็ก เพราะปัญหาสุขภาพ ใช้เวลาว่างเขียน Blog นำเสนอเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับไอที, คอมพิวเตอร์, และเรื่องสัพเพเหระอื่นๆ สำหรับทุกเพศทุกวัย

Subscribe to this Blog via Email :