Monday, August 28, 2017

Admin

พบกบสายพันธ์ใหม่ Nasikabatrachus Bhupathi สีม่วง จมูกเหมือนหมู อาศัยอยู่ใต้ดิน


 Image Credits: Jegath Janani


นักวิทยาศาสตร์ พบกบสายพันธ์ใหม่ Nasikabatrachus Bhupathi สีม่วง จมูกเหมือนหมู อาศัยอยู่ใต้ดิน ที่บริเวณเทือกเขา Western Ghats ในประเทศอินเดีย เป็นกบที่พบได้ยากที่สุดชนิดหนึ่งในโลก


กบ Nasikabatrachus Bhupathi ถูกค้นพบโดยคณะนักวิทยาศาสตร์ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลอินเดียขณะทำการสำรวจและเก็บ DNA ของกบทุกชนิดในประเทศอินเดีย  กบสายพันธ์ใหม่นี้มีผิวสีม่วงเป็นมัน, ตาเล็ก,  จมูกยาวรูปทรงเหมือนจมูกหมู, ขาสั้นส่วนเท้าแข็งและแผ่ออกคล้ายจอบ

นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อกบสายพันธ์ใหม่ว่า Nasikabatrachus Bhupathi เพื่อเป็นเกียรติแก่ Dr. Subramaniam Bhupathy นักสำรวจชื่อดังชาวอินเดียซึ่งเสียชีวิตในบริเวณเทือกเขา Western Ghats เมื่อ ค.ศ. 2014
 
นักวิทยาศาสตร์พบว่ากบ Nasikabatrachus Bhupathi มีความใกล้ชิดกับกบสายพันธ์ Nasikabatrachus Sahyadrensis ซึ่งถูกค้นพบที่บริเวณ เทือกเขา Western Ghats เช่นกัน เมื่อ ค.ศ. 2003

 Image Credits: Jegath Janani


อาหารของกบ Nasikabatrachus Bhupathi คือมด, ปลวก และแมลงซึ่งอาศัยอยู่ใต้ดิน มันจะขึ้นมาอยู่บนพื้นดินในฤดูผสมพันธ์เท่านั้น  เมื่อย่างเข้าฤดูฝนกบ Nasikabatrachus Bhupathi ตัวผู้จะส่งเสียงร้องหาตัวเมียจากใต้ดิน และขึ้นสู่พื้นดินเพื่อจับคู่ผสมพันธ์ในลำธาร  หลังตัวเมียวางไข่ กบ Nasikabatrachus Bhupathi ก็จะกลับไปใช้ชีวิตอยู่ใต้ดินตามเดิม

ไข่ของกบ Nasikabatrachus Bhupathi จะฟักตัวเป็นลูดอ๊อดภายในเวลาเพียง 1 - 2 วัน และมีวิธีชีวิตที่แตกต่างจากลูกอ๊อดของกบชนิดอื่น พวกมันจะไม่ว่ายหาอาหารในน้ำเพราะมีปากซึ่งวิวัฒนาการจนคล้ายปากของปลา Sucker พวกมันจะเกาะอยู่ตามหินด้านหลังของน้ำตกที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำและใช้ปากดูดกินตะไคร่น้ำเป็นอาหาร  เมื่อหมดฤดูฝนซึ่งกินเวลาประมาณ 120 วัน ลูกอ๊อดจะโตเป็นกบตัวน้อยและบอกลาโลกบนดินเพื่อใช้ชีวิตอยู่ใต้ดินตลอดไปยกเว้นฤดูผสมพันธ์ซึ่งนานไม่กี่วัน

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่ารูปร่างที่ดูแปลกประหลาดของกบชนิดนี้เกิดขึ้นจากการวิวัฒนาการปรับตัวให้เหมาะสมกับวิธีดำรงชีวิตของมัน  ไม่ว่าจะเป็นจมูกที่ยื่นออกมาเพื่อช่วยในการหาอาหาร เท้ารูปจอบเพื่อช่วยในการขุดดิน

จนถึงขณะนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถประเมินว่ามีกบประมาณกี่สายพันธ์บนโลกนี้ เนื่องจากมีค้นพบกบสายพันธ์ใหม่ๆ ไม่ต่ำกว่าปีละ 100 ชนิด แต่ในเวลาเดียวกันกบก็เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เสี่ยงต่อการสูญพันธ์มากที่สุด โดยพบว่ากบที่ถูกค้นพบแล้ว ประมาณ 42% เสี่ยงต่อการสูญพันธ์


 ที่มา: National Geographic





Admin

About Admin -

Blogger สมัครเล่น เกษียณก่อนกำหนดจากธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็ก เพราะปัญหาสุขภาพ ใช้เวลาว่างเขียน Blog นำเสนอเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับไอที, คอมพิวเตอร์, และเรื่องสัพเพเหระอื่นๆ สำหรับทุกเพศทุกวัย

Subscribe to this Blog via Email :