Thursday, September 14, 2017

Admin

สิ้นสุดภาระกิจ ยาน Cassini พุ่งชนดาวเสาร์พรุ่งนี้ (15 กันยายน 2017)



 Image Credit: NASA


หลังจากยาน Cassini สำรวจดาวเสาร์มาเป็นเวลา 13 ปี ในที่สุดก็ถึงกำหนด สิ้นสุดภาระกิจ ยาน Cassini  พุ่งชนดาวเสาร์พรุ่งนี้ (15 กันยายน 2017) เพื่อป้องกันสารปนเปื้อนจากโลกซึ่งอาจตกค้างอยู่ในยานทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่อาจมีอยู่บนดวงจันทร์บริวารบางดวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Enceladus


ภาระกิจสุดท้ายของยาน Cassini ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2017 ในการสำรวจดาวเสาร์, วงแหวนดาวเสาร์ในระยะใกล้ ผ่านพ้นไปด้วยดี  ในที่สุดก็ถึงกำหนด วัน Grand Finale หรือวันสิ้นสุดภาระกิจของยาน Cassini  ในวันพรุ่งนี้  (15 กันยายน 2017) ที่ยาน Cassini จะดิ่งลงสู่พื้นดาวเสาร์และแหลกเป็นจุลกลายเป็นเนื้อเดียวกับดาวเสาร์

เวลา 12.58 น. ของวันที่ 14 กันยายน 2017 ยาน Cassini จะเก็บภาพชุดสุดท้ายของดาวเสาร์ และจะเริ่มส่งภาพชุดนี้และข้อมูลที่อยู่ในยานทั้งหมดกลับมายัง NASA เมื่อผ่านไป 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นระบบเชื่อมต่อระหว่าง ยาน Cassini กับ NASA จะเปิดไว้อย่างต่อเนื่อง 14 ชั่วโมงจนกว่าสัญญานจากยานจะดับลงซึ่งคาดว่าจะเป็นเวลา 7:55 a.m. EDT ของวันที่ 15 กันยายน 2017 หรือหลังจากเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์ประมาณ 1 นาที

ยาน Cassini จะดิ่งสู่ดาวเสาร์ด้วยความเร็ว 70,000 ไมล์หรือ 113,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสาอากาศซึ่งใช้ส่งสัญญานกลับมายัง NASA จะสูญเสียความสามารถในการส่งสัญญานทั้งหมดเมื่อเข้าสู่ชั้นบรรยากาศดาวเสาร์ประมาณ 950 ไมล์ หลังจากนั้นประมาณ 30 วินาทียาน Cassini จะแตกเป็นชิ้นส่วนย่อยๆ และภายใน 1 - 2 นาทีจะกลายเป็นจุลกลืนไปกับชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์

เสี้ยวนาทีสุดท้ายของยาน Cassini เป็นเวลาทองสำหรับนักวิทยาศาสตร์ในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับดาวเสาร์ซึ่งไม่มีโอกาสได้รู้มาก่อน ด้วยอุปกรณ์  Ion and Neutral Mass Spectrometer (INMS)  นักวิทยาศาสตร์จะมีโอกาสศึกษาส่วนประกอบและโครงสร้างของชั้นบรรยากาศดาวเสาร์อย่างละเอียด

ยาน Cassini ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศในวันที่  15 ตุลาคม ค.ศ. 1997 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ปีกว่าจะถึงดาวเสาร์  ตามกำหนดที่ตั้งไว้ ยาน Cassini จะสำรวจดาวเสาร์เพียง 4 ปี แต่กลับมีประสิทธิภาพมากพอที่จะอยู่สำรวจได้ถึงปัจจุบัน แต่ต้องสิ้นสุดภาระกิจเพราะเชื้อเพลิงใกล้หมด

ระยะเวลา 13 ปีในการสำรวจดาวเสาร์ ยาน Cassini โคจรรอบดาวเสาร์ 294 รอบ ถ่ายภาพดาวเสาร์, วงแหวนดาวเสาร์, ดวงจันทร์บริวาร ฯลฯ  ส่งมายัง NASA ประมาณ 5 แสนภาพ,  ข้อมูลจำนวน 600GB ถูกจัดทำเป็นงานวิจัยดาราศาสตร์ 4 พันชิ้น, มีเจ้าหน้าที่ซึ่งเคยรับผิดชอบดูแลข้อมูลจากยาน Cassini ประมาณ 5 พันคน

ยาน Cassini เป็นยานสำรวจที่ประสพความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ผลงานสำคัญๆ เช่นพบดวงจันทร์บริวารดาวเสาร์อีก 6 ดวง,  สำรวจพบว่า Titan ดวงจันทร์ของดาวเสาร์มีสภาพภูมิประเทศคล้ายโลกและมี Hydropcarbon เหลวบนพื้นผิว, สำรวจพบว่าดวงจันทร์ Enceladus มีน้ำแข็งปกคลุมอยู่ ฯลฯ

ความสำเร็จในการค้นพบว่า ดวงจันทร์ Enceladus มีน้ำแข็งปกคลุมอยู่ซึ่งต่อมา NASA พบว่าอาจมีโอกาสที่สิ่งมีชีวิตจะเกิดขึ้นบนดวงจันทร์ดวงนี้ เป็นสาเหตุสำคัญที่ NASA เลือกยุติภารกิจยาน Cassini ด้วยวิธีพุ่งชนดาวเสาร์เพื่อให้ยานไหม้เป็นจุล แทนการปล่อยให้ยานลอยเคว้งคว้างในวงโคจรของดาวเสาร์ ทั้งนี้เพื่อป้องกันสารปนเปื้อนจากโลกซึ่งอาจตกค้างอยู่ในยานทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่อาจมีอยู่บนดวงจันทร์บริวารบางดวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Enceladus







ที่มา: NASA และ Cnet





Admin

About Admin -

Blogger สมัครเล่น เกษียณก่อนกำหนดจากธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็ก เพราะปัญหาสุขภาพ ใช้เวลาว่างเขียน Blog นำเสนอเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับไอที, คอมพิวเตอร์, และเรื่องสัพเพเหระอื่นๆ สำหรับทุกเพศทุกวัย

Subscribe to this Blog via Email :