Skip to main content

10 พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดในโลก - 10 Best Dinosaur Museums

 


ไดโนเสาร์เป็นสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ที่ครองโลกยุค 200 ล้านปีถึง 65 ล้านปีก่อน ด้วยความใหญ่โตของสัตว์โลกในยุคนั้นทำให้เรายังสามารถขุดพบ fossils ไดโนเสาร์ได้แม้จะผ่านมาเป็นเวลานาน และบางครั้งก็สามารถพบ fossils ไดโนเสาร์ที่ครบสมบูรณ์  ปัจจุบันนักธรณีวิทยาขุดพบ fossils ไดโนเสาร์ในทุกทวีปทั่วโลก 

ในประเทศที่มีการขุดพบ fossils ไดโนเสาร์จำนวนมาก fossils จะถูกรวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์ และที่นำมาฝากพวกเราวันนี้ คือ10 พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดในโลก ที่ CNN รวบรวมไว้ครับ



1. Museum für Naturkunde (Berlin)  พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ประเทศเยอรมนีแห่งนี้ รวบรวมซาก fossils ไดโนเสาร์ จากทั่วโลกทุกๆ สายพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซากไดโนเสาร์ที่ขุดพบในประเทศ Tanzania ในศตวรรรษที่ 20 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมี fossils ไดโนเสาร์  Brachiosaurus สูง 41ฟุต, 5นิ้ว ซึ่งเป็น fossils ไดโนเสาร์ที่สูงที่สุดในโลก และ fossil ไดโนเสาร์ Archaeopteryx ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ที่มีความใกล้ชิดกับนกในยุคปัจจุบัน

Image Credit: CNN




2. Field Museum (Chicago) พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่รัฐชิคาโก สหรัฐอเมริกาแห่งนี้ มีนิทรรศการวิวัฒนาการของโลกตั้งแต่ยุค 4 พันล้านปีก่อนให้ชม พร้อมซาก fossils ไดโนเสาร์หลายชนิดที่ขุดพบทั่วโลก รวมถึง fossils ไดโนเสาร์ Tyrannosaurus ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีส่วนกะโหลกศีรษะหนัก 600 ปอนด์ ในสภาพสมบูรณ์พร้อมฟัน 58 ซี่

Image Credit: CNN


3.  Royal Belgian Institute of Natural Science (Brussels)  คือพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่มีห้องโถงสำหรับแสดง fossils ไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ในห้องโถงมหึมาจัดแสดง fossils ไดโนเสาร์ Iguanodons ถึง 30 ตัว


Image Credit: CNN


4.  National Dinosaur Museum (Canberra, Australia)  พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ต้องการศึกษาความเป็นมาของทวีปออสเตรเลียในยุคดึกดำบรรพ์ รวมรวบ fossils ไดโนเสาร์ทุกสายพันธ์และซาก fossils สัตว์ชนิดอื่นๆ ที่ขุดพบในทวีปแห่งนี้  National Dinosaur Museum (Canberra, Australia) ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย

Image Credit: CNN



5.  Royal Tyrrell Museum of Paleontology (Alberta) ประเทศแคนาดา    พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มี fossils ไดโนเสาร์ถึง 130,000 ชิ้น รวมถึงโครงกระดูกสีดำของ fossilsไดโนเสาร์ Tyrannosaurus 


Image Credit: CNN


6.  Wyoming Dinosaur Center (Wyoming)  สหรัฐอเมริกา    พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มี fossils ไดโนเสาร์ Supersaurus ขนาด 106 ฟุตให้ชม และผู้ที่สนใจสามารถพูดคุยสดๆ กับนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญด้านไดโนเสาร์

Image Credit: CNN


7.  Zigong Dinosaur Museum (Zigong) ประเทศจีน  จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือสร้างอยู่ที่ Danshapu ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งกำลังขุด fossils ไดโนเสาร์ ขณะนี้ขุดพบ fossils ไดโนเสาร์ถึง 200 ตัว และอยู่ในสภาพสมบูรณ์ถึง 18 ตัว  ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์จะเห็นทุกขั้นตอนการขุดหา fossils ไดโนเสาร์จากพื้นที่จริง

Image Credit: CNN



8. Iziko Museum (Cape Town)  แอฟริกาใต้   พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดง  fossils ไดโนเสาร์ Euparkeria และ Jobaria ซึ่งเป็นสายพันธ์ที่ขุดพบเฉพาะในประเทศแอฟริกาใต้เท่านั้น

Image Credit: CNN


9.  Jurassic Land (Istanbul) ประเทศตุรกี  พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปี 2011 ในรูปแบบ Jurassic Park นอกจากจะได้ชม fossil ไดโนเสาร์แล้วยังมีเกมส์สนุกๆสำหรับเด็กให้เรียนรู้ไดโนเสาร์ไปพร้อมๆ กับความบันเทิง

Image Credit: CNN



10. Fernbank Museum of Natural History (Atlanta)  พิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวม fossils ของไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ไว้จำนวนมาก เช่น fossils ไดโนเสาร์  Gigantosaurus และ fossils ของ Sauropoda Argentinosaurus


Image Credit: CNN





ความจริงแล้วประเทศไทยของเราก็มีการขุดพบ fossils ไดโนเสาร์ในหลายๆ พื้นที่ ถ้าหากมีการรวบรวบอย่างเป็นระบบก็น่าจะเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้เช่นกันนะครับ

Comments

Popular posts from this blog

Grapefruit ผลไม้ที่หลายๆ คนคิดว่าคือส้มโอ

Image Credit:  א(Aleph),Wikipedia
Grapefruit ผลไม้ที่หลายๆ คนคิดว่าคือส้มโอ  แต่ความจริงแล้ว Grapefruit เป็นญาติสนิทของส้มโอเท่านั้น  ติดตามเรื่องเกี่ยวกับ Grapefruit กันครับ

10 ประเทศซึ่งมีภูเขาไฟมากที่สุดในโลก

ข่าวภูเขาไฟระเบิดไม่เกิดขึ้นบ่อยนักและมักจะเป็นข่าวภูเขาไฟลูกเดิมๆ ซึ่งสามารถสร้างภัยพิบัติขนาดใหญ่ทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่ามีภูเขาไฟอยู่เพียงไม่กี่ลูกบนโลกใบนี้  แต่ความจริงแล้วนักธรณีวิทยาพบว่าในหนึ่งหมื่นกว่าปีที่ผ่านมามีภูเขาไฟ 1,509 ลูกที่เคยระเบิดรวมถึงที่ยังพร้อมจะระเบิดอีก ติดตามรายชื่อ 10 ประเทศซึ่งมีภูเขาไฟมากที่สุดในโลก ครับ


สาเหตุที่ดอกทานตะวันหันตามดวงอาทิตย์ - How Sunflower Tracks the Sun

Image Credit: Chris Nicolini, UC Davis

ที่มาของชื่อดอกทานตะวัน หรือ Sunflower มาจากดอกที่หันตามดวงอาทิตย์จากทิศตะวันออกในเวลาเช้าไปทางทิศตะวันตกในเวลาเย็น  นักวิทยาศาสตร์พบกระบวนการ และ สาเหตุที่ดอกทานตะวันหันตามดวงอาทิตย์