Thursday, February 22, 2018

Admin

นักวิทยาศาสตร์ พบความลับ Ploutonion at Hierapolis ประตูสู่นรกยุคโรมันโบราณ


 ซากปรักหักพังของ Ploutonion at Hierapolis - Image Credit: Francesco D'Andria


Ploutonion at Hierapolis  อารามในเมือง Hierapolis ยุคโรมันโบราณ ถูกขนานนามว่า Gate to Hell หรือประตูสู่นรก เนื่องจากใช้เป็นสถานบูชาเทพเจ้าด้วยสัตว์เลี้ยง เช่น วัว นักบวชยุคนั้นจะจูงวัวเข้าไปพื้นที่บูชายัญซี่งอยู่ในถ้ำ สัตว์เลี้ยงจะตายในช่วงระยะเวลาสั้นๆ โดยนักบวชจะกลับออกมาตามปกติ  ทำให้ชาวโรมันยุคนั้นต่างเลื่อมใสในความศักดิ์สิทธิ์ของอารามแห่งนี้ ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์พบความลับ Ploutonion at Hierapolis ประตูสู่นรกยุคโรมันโบราณ ซึ่งทำให้สัตว์เลี้ยงตายแต่นักบวชไม่ได้รับอันตรายใดๆ





Ploutonion at Hierapolis  หรือ Pluto's Gate เป็นอารามในยุคโรมันที่สร้างเพื่อบูชาเทพเจ้า Pluto ซึ่งเป็นเทพปกครองใต้พิภพ อารามแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมือง Hierapolis ซี่งสร้างขึ้นประมาณ 190 ปีก่อนคริสตกาล โดย Pergamum, Eumenes II กษัตริย์กรีกโบราณ เมือง Hierapolis ตกอยู่ในการปกครองโดยอาณาจักรโรมัน เมื่อประมาณ 133 ปีก่อนคริสตกาล  ปัจจุบัน Hierapolis เป็นที่ตั้งของเมือง Pamukkale ในประเทศตุรกี

Ploutonion at Hierapolis ถูกพบโดยนักโบราณคดีชาวอิตาเลียนระหว่างสำรวจซากเมืองโบราณ Hierapolis  เมื่อ ค.ศ. 2011  ลักษณะเป็นถ้ำแคบๆ และบันไดซี่งทอดไปยังห้องในถ้ำ (Chamber) ขนาดประมาณ 3 ตารางเมตร ซี่งคาดว่าจะใช้เป็นที่ทำพิธีบูชายัญ


 Image Credit: WikimediaÖmerulusoy

ในยุคโรมันโบราณ มีความเชื่อว่า Ploutonion at Hierapolis หรือ Pluto's Gate  เป็นประตูซี่งเชื่อมต่อกับนรก และจะทำพิธีบูชาเทพเจ้า Pluto  ด้วยสัตว์เลี้ยงเป็นๆ โดยนักบวชจะจูงสัตว์เลี้ยง เช่นวัวเข้าไปในพื้นที่บูชายัญ ซึ่งอยู่ในถ้ำ สักพักหนึ่งสัตว์เลี้ยงก็จะตาย  โดยนักบวชไม่ได้รับอันตรายใดๆ

ในที่สุดทีมนักวิทยาศาสตร์จาก University of Duisburg-Essen ในประเทศเยอรมนี พบความลับ Ploutonion at Hierapolis ประตูสู่นรกยุคโรมันโบราณ ว่ามีสาเหตุมาจากก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ (CO2)


ภาพ Digital ของ Ploutonion at Hierapolis สร้างขึ้นตามความเห็นนักโบราณคดี ช่องเล็กๆ ขวามือคือ Gate to Hell  Image Credit: Edal Anton Lefterov

จากการสำรวจอย่างละเอียดพบว่า รอยแตกในถ้ำซึ่งเป็นสถานที่บูชายัญของ Ploutonion at Hierapolis จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากใต้ดิน  นักวิจัยคณะนี้พบว่าในช่วงเวลาเช้ามืดความหนาแน่นของก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ใน Chamber ของถ้ำจะสูงมาก ด้วยคุณสมบัติของ CO2 ซึ่งหนักกว่าอากาศทำให้เกิดการสะสมจนเหมือนบ่อก๊าซ CO2 สูงจากพื้นถ้ำประมาณ 40 เซ็นติเมตร  สัตว์เลี้ยงซึ่งจมูกของมันอยู่ในระดับรับก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์จะตายเพราะขาดอากาศหายใจ ในขณะที่นักบวชซึ่งรูปร่างสูง จมูกอยู่เหนือกว่าก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่สะสมในถ้ำยังหายใจได้ตามปกติ

แต่ในเวลากลางวันความร้อนจากแสงอาทิตย์ทำให้เกิดการถ่ายเทของอากาศระดับก๊าซ CO2 ในถ้ำจะลดลงจนนักบวชสามารถเข้าไปเก็บซากสัตว์เลี้ยงที่ใช้บูชายัญได้โดยไม่โดนรมด้วยก๊าซ

นักวิทยาศาสตร์คาดว่านักบวชในยุคโบราณพบความผิดปกติของถ้ำแห่งนี้ และเชื่อว่าเป็นพื้นที่ศํกดิ์สิทธิ์ (ในยุคนั้นยังไม่มีความรู้เรื่องก๊าซ CO2) จึงเลือกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบูชายัญ


ที่มา: Dailymail  และ Wikipedia



Admin

About Admin -

Blogger สมัครเล่น เกษียณก่อนกำหนดจากธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็ก เพราะปัญหาสุขภาพ ใช้เวลาว่างเขียน Blog นำเสนอเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับไอที, คอมพิวเตอร์, และเรื่องสัพเพเหระอื่นๆ สำหรับทุกเพศทุกวัย

Subscribe to this Blog via Email :